بسم الله الرحمن الرحيم
اللهم صل علي محمد و أل محمد و عجل فرجهم
لا إِكراهَ فِي الدّين
ไม่มีการบังคับใน (การนับถือ) ศาสนา
การตระหนักถึงความสำคัญของอายุขัยของมนุษย์และเวลาอันมีค่านั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งในการมีแบบแผนในชีวิตและการลงมือทำทุกๆ กิจกรรมในเวลาที่เหมาะสมของมัน อายุขัยของมนุษย์ถือเป็นหนึ่งในความโปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้าและถือเป็นโอกาสอันเหมาะสมสำหรับการบรรลุสู่เป้าหมายสูงสุดและการได้มาซึ่งความสมบูรณ์และความเติบโตทางศีลธรรมของมนุษย์ ผู้ที่ใช้เวลาของตนให้เป็นประโยชน์ย่อมจะไม่โศกเศร้าและเสียใจในบั้นปลายชีวิต ส่วนผู้ที่ไม่รู้ว่าจะใช้อายุขัยของตนอย่างไรนั้น ย่อมจะต้องเสียใจในที่สุด
เราได้อ่านในกุรอานบทอัลอะหฺซาบ โองการที่ ๗๐ ว่า
یَا أَیُّهَا الّذِینَ آمَنُوا اتَّقُوا اللهَ وَ قُولُوا قَولًا سَدِیدًا
“โอ้ ผู้มีศรัทธาทั้งหลาย จงยำเกรงอัลลอฮฺและจงพูดแต่ความจริง”
ในโองการต่อมากุรอานได้กล่าวถึงผลของ “การพูดความจริง” ดังกล่าวไว้ว่า
یُصلِح لَکُم اَعمَالَکُم وَ یَغفِر لَکُم ذنُوبَکُم
“เพื่อที่พระองค์จะทรงแก้ไขการงานของพวกเจ้าและอภัยความผิดบาปของพวกเจ้า”
ในวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของกุรอานอันจำเริญ “ความตาย” คือวิธีการโยกย้ายจากโลกนี้ไปสู่โลกกึ่งกลาง (โลกบัรซัค) ก่อนการอุบัติขึ้นของปรโลก มิใช่การดับสูญและปิดฉากชีวิต และถือเป็นลิขิตและกฏตายตัวของพระผู้เป็นเจ้าที่ไม่มีผู้ใดได้รับการยกเว้นภายใต้กฎนี้ ดังปรากฏอยู่ในกุรอานบทอาลิอิมรอน โองการที่ ๑๘๕ ว่า “ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตายทั้งสิ้น”
ในวิสัยทัศน์ของกุรอาน สตรีมีบทบาทตามธรรมชาติและโครงสร้างทางสรีระและจิตใจอยู่ด้วยสามประการ ได้แก่ บทบาทของบุตรสาว, บทบาทของภรรยา และบทบาทของมารดาและผู้อบรมบุตรซึ่งถือเป็นบทบาทที่มีเกียรติ และมีความสำคัญที่สุดของสตรีในกระบวนการการถ่ายทอดความคิด, ค่านิยม, วัฒนธรรมและจารีตประเพณีอันดีงามจากชนรุ่นหนึ่งสู่ชนอีกรุ่นหนึ่งของสังคม