เนื่องในโวรกาส “สัปดาห์เอกภาพ” อันเกิดจากความคิดริเริ่มเชิงสร้างสรรค์ของท่านอิมามโคมัยนีย์ (กุดดิสสัรฺรุฮุจชะรีฟ) ที่ตระหนักถึงความสำคัญของพลังประชาชาติอิสลาม เนื่องจากตามหลักฐานของพี่น้องชาวอะฮฺลุสสุนนะฮฺเชื่อว่าวันวิลาดัต – ประสูติของท่านศาสนทูตอิสลาม มุหัมมัด มุศเฏาะฟา อัลอามีน บินอับดุลลอฮฺ บินอับดุลมุฏเฏาะลิบ (ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะอาลิฮฺ) ว่าคือวันที่ 12 เดือนเราะบีอุลเอาวัล ในขณะที่หลักฐานจากอุละมาอ์ชีอะฮฺถือว่าคือวันที่ 17 เดือนเดียวกัน
วิสัยทัศน์
ผู้นำ, บรรทัดฐานและเสาหลักในการบรรลุสู่อุดมการณ์อันสูงส่งของรัฐอิสลาม
การประชุมสามัญครั้งที่ ๗ ของสภาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับผู้นำ (Assembly of Experts of the Leadership) สมัยที่สี่ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ ๕ / ๑๒ / ๑๓๘๘ (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๐) หลังจากได้ร่วมกันพิจารณาและตรวจสอบประเด็นที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับกิจการภายในรัฐอิสลาม กิจการที่เกี่ยวกับกับภูมิภาค และกิจการระหว่างประเทศเป็นเวลาสองวันเต็ม
รัฐอิสลาม, อดีต ปัจจุบัน อนาคต
๑๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นวันครบรอบปีที่ ๓๑ ของการอุบัติขึ้นของรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้นำมาซึ่งความปิติยินดีสำหรับมวลมุสลิมโลกและบรรดาผู้ถูกกดขี่ทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง รัฐอิสลามที่ได้รับการสถาปนาขึ้นบนพื้นฐานคำสอนอันบริสุทธิ์ของอิสลาม, อำนาจปกครองของพระผู้เป็นเจ้าที่ถ่ายทอดผ่านศาสดาและอิมามมาถึงนักนิติศาสตร์อิสลาม และเจตนารมณ์ของมหาชนและการเลียสละของเหล่าผู้พลีชีพจำนวนนับไม่ถ้วน
สุนทรพจน์ท่านผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติในวันอีดเฆาะดีร ปี ๑๔๓๐
เนื่องในวโรกาสอันจำเริญที่เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งของอีดเฆาะดีรคุม ศรัทธาชนชาวอิหร่านหลายพันคนที่ได้พบ ฯพณฯ อายะตุลลอฮฺ ซัยยิด อะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งท่านได้กล่าวแสดงความยินดีต่อชาวอิหร่านและมุสลิมทั่วโลกพร้อมกับกล่าวถึงสาเหตุในการขนานนามอีดฆุาะดีรว่า “อีดุลลอฮฺ อัลอักบัร – อีดของอัลลอฮฺที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ว่า : เหตุการณ์เฆาะดีรมีความสำคัญกว่าอีดอื่นๆ ของอิสลาม เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ได้กำหนดพันธกิจที่คงอยู่ตลอดกาลของมวลมุสลิมบนบรรทัดฐานของพระผู้เป็นเจ้าอันเกี่ยวกับเรื่องการชี้นำและการปกครอง
สาส์นของท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านถึงฮุจญาจ ปี ๑๔๓๐
ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ผู้ทรงกรุณา ผู้ทรงเมตตายิ่ง
ฤดูกาลฮัจญ์คือฤดูแห่งการผลิดอกและเบ่งบานของจิตวิญญาณ ฤดูแห่งการทอแสงของเตาฮีดไปทั่วขอบฟ้าของโลกนี้ และพิธีฮัจญ์คือตาน้ำอันใสสอาดที่สามารถชำระผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ให้บริสุทธิ์จากมลทินของความผิดบาปและความหลับใหล พร้อมกับนำเอาแสงสว่างของธรรมชาติอันบริสุทธิ์อันเป็นของกำนัลแห่งพระผู้เป็นเจ้ากลับคืนสู่วิญญาณและจิตใจของเขาได้ การละวางอาภรณ์แห่งความภาคภูมิใจและความโดดเด่นในสถานมีกอตของฮัจญ์และเปลี่ยนมาอยู่ในชุดที่เป็นแบบเดียวกันและไร้สีสรรนั้น ถือเป็นเครื่องหมายและสัญญลักษณ์แห่งความมีน้ำหนึ่งในเดียวกันของประชาชาติอิสลาม
สารัตถะของการปกครองระบอบวิลายะตุลฟะกีฮฺ (ตอน ๑)
ตลอดระยะเวลา ๓๐ ของการสถาปนาระบอบวิลายะตุลฟะกีฮฺ ข้อเขียนและการทัศนะมากมายได้รับการนำเสนอเพื่อแจกแจงและอธิบายทฤษฐีทางการเมืองอิสลามที่เป็นมรดกอันล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งจากครอบครัวของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) และในขณะนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ ๒๐ ของการดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของ ฯพณฯ อายะตุลลอฮฺ คอเมเนอี ในระบอบวิลายะตุลฟะกีฮฺดังกล่าว
หน้า 1 จาก 3



วิสัยทัศน์




